'AIMIRT' โชว์ผลงานไตรมาส 3/2568 แข็งแกร่งต่อเนื่อง พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำ ด้วยปันผลสูงสุด ยีลด์กว่า 8% เดินหน้าปิดดีลเพิ่มอีก 3 โครงการ

ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เอไอเอ็ม อินดัสเทรียล โกรท หรือกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ ตอกย้ำความเชื่อมั่นของนักลงทุน ด้วยผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2568 ที่ยังคงแข็งแกร่ง พร้อมสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหน่วย โดยประกาศจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.2050 บาทต่อหน่วย คิดเป็นยีลด์เฉลี่ย 8.1% ต่อปี

นางสาวญาณิชศา ชาติวุฒิกอบกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท เอไอเอ็ม รีท แมนเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ ‘ AIMIRT’ เปิดเผยว่า แม้สภาวะเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศยังคงมีความผันผวนสูง แต่กองทรัสต์ยังคงสร้างกระแสเงินสดได้อย่างมั่นคง โดยมีอัตราการเช่าเฉลี่ยในไตรมาส 3/2568 อยู่ที่ 91% จากความต้องการเช่าพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับเงินปันผลไตรมาส 3/2568 กองทรัสต์ประกาศจ่ายในอัตรา 0.2050 บาทต่อหน่วย กำหนดจ่ายวันที่ 4 ธันวาคม 2568 และกำหนดขึ้น XD วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 โดยกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ ยังโดดเด่นด้วยเงินปันผลสะสมในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ที่อยู่ในระดับสูงสุดเมื่อเทียบกับกองทรัสต์อุตสาหกรรมในตลาด สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารทรัพย์สิน และความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ แม้อยู่ในสภาวะตลาดที่ท้าทาย

นายจรัสฤทธิ์ อรรถเวทยวรวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริการ บริษัท เอไอเอ็ม รีท แมนเนจเม้นท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลการดำเนินงานและผลตอบแทนของกองทรัสต์ในไตรมาสนี้ สะท้อนถึงกลยุทธ์การบริหารทรัพย์สินและการกระจายพอร์ตที่เหมาะสม ทั้งด้านประเภททรัพย์สิน ทำเล และความหลากหลายของกลุ่มผู้เช่า โดยคาดว่าแนวโน้มความต้องการเช่าพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าจะปรับตัวดีขึ้น จากกระแสการย้ายฐานการผลิตของผู้ประกอบการจากจีน ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความชัดเจนของมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ส่งผลให้ประเทศไทยมีความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน

นายธนาเดช โอภาสยานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอไอเอ็ม รีท แมนเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวถึงทิศทางการขยายการลงทุนว่า ภายหลังการเข้าลงทุนเพิ่มเติมในโครงการพรีซิชั่น วาล์ว มูลค่า 340 ล้านบาท เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ปัจจุบันกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ อยู่ระหว่างการศึกษาโอกาสในการลงทุนเพิ่มเติมอีก 3 โครงการ ได้แก่ 1.) โครงการ แปซิฟิค ห้องเย็น (ส่วนต่อขยาย) ทรัพย์สินประเภทคลังห้องเย็น ตั้งอยู่ที่จังหวัดสมุทรสาคร 2.) โครงการแอลฟา บางนา กม. 22 ทรัพย์สินประเภทคลังห้องเย็น ตั้งอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ และ 3.) โครงการ ปิ่นทอง ครั้งที่ 3 ทรัพย์สินประเภทโรงงานและคลังสินค้า ตั้งอยู่ที่จังหวัดระยองและชลบุรี โดยผู้จัดการกองทรัสต์ยึดหลักการลงทุนที่รอบคอบ คัดเลือกทรัพย์สินคุณภาพสูงในทำเลยุทธศาสตร์ พร้อมผู้เช่าที่มีเสถียรภาพและสร้างกระแสเงินสดได้อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการรักษาโครงสร้างทางการเงิน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหน่วยในระยะยาว